เปิดสูตร Roost Score v2: อันดับผลค้นหาที่เงินซื้อไม่ได้ ทำงานยังไง
ผลค้นหาที่พักทุกเว็บมี "อันดับแนะนำ" แต่มีน้อยเว็บที่บอกว่าอันดับนั้นมาจากอะไร และแทบไม่มีเว็บไหนตอบคำถามสำคัญที่สุดตรง ๆ: ที่พักจ่ายเงินเพื่อขึ้นอันดับได้หรือไม่ — ของ Roost ตอบได้คำเดียว: ไม่ได้ และนี่คือสูตรทั้งหมด
น้ำหนักทั้งสี่ก้อนของ Roost Score v2
- คุณภาพที่พัก — 45%: คะแนนรีวิวจริงจากผู้เข้าพัก จำนวนรีวิว และระดับดาว ให้น้ำหนักมากที่สุดเพราะประสบการณ์เข้าพักสำคัญกว่าทุกอย่าง
- ความคุ้มของดีล — 25%: ราคาต่อคืนเทียบคุณภาพที่ได้ และส่วนลดจริงที่ผู้ให้บริการยืนยัน — ส่วนลดจากราคาขีดฆ่าที่ตั้งไว้สูงเกินจริงไม่ถูกนับ
- ทำเล — 15%: ระยะจากใจกลางเมืองหรือจุดหมายหลัก ความใกล้ชายหาด และบริบทของพื้นที่
- ความครบของข้อมูล — 15%: ที่พักที่รูป สิ่งอำนวยความสะดวก พิกัด และราคาครบ ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นกว่า จึงได้คะแนนส่วนนี้
ทำไมความโปร่งใสของอันดับถึงสำคัญกับกระเป๋าเงินคุณ
เมื่ออันดับขายได้ ผลค้นหาหน้าแรกจะกลายเป็นพื้นที่โฆษณาที่แต่งตัวเป็นคำแนะนำ — คุณอาจจ่ายแพงขึ้นหรือได้ที่พักที่ด้อยกว่าโดยไม่รู้ตัว เพราะสิ่งที่ดันมันขึ้นมาไม่ใช่คุณภาพแต่เป็นงบการตลาด การเปิดสูตรทั้งหมดจึงไม่ใช่แค่ท่าทีสวย ๆ แต่คือกลไกเดียวที่ทำให้ผู้ใช้จับผิดเราได้ ถ้าอันดับใดอธิบายด้วยสูตรไม่ได้ นั่นคือบั๊กที่เรายินดีให้ทัก
ป้าย "Roost Pick" ก็มาจากคะแนนล้วน ๆ ไม่ใช่ตำแหน่งโฆษณา และ Roost ไม่บวกราคาเพิ่มจากราคาที่ผู้ให้บริการเสนอ เพราะการจ่ายเงินเกิดที่ผู้ให้บริการโดยตรง ไม่ได้เกิดที่เรา — โมเดลรายได้คือค่าแนะนำจากผู้ให้บริการเมื่อคุณคลิกไปจอง ซึ่งไม่กระทบทั้งราคาที่คุณจ่ายและอันดับที่คุณเห็น
คำถามที่พบบ่อย
- สูตรเต็มดูได้ที่ไหน
- หน้า "หลักการจัดอันดับ" ของ Roost แสดงน้ำหนักทุกก้อนของ Roost Score v2 รวมถึงสูตร Value Score ที่ใช้คำนวณป้าย "คุ้มค่า X/100" บนการ์ดที่พักแบบแจกแจงทีละส่วน
- ถ้าไม่รับเงินดันอันดับ แล้ว Roost อยู่ได้ยังไง
- รายได้มาจากค่าแนะนำ (referral) เมื่อผู้ใช้คลิกจาก Roost ไปจองกับผู้ให้บริการ — ราคาที่คุณจ่ายเท่าเดิมทุกบาท และค่าแนะนำนี้ไม่ถูกนำมาคิดในอันดับ